ไมเกรนอันตราย หากหวังพึ่งแต่ยาแก้ปวด

อาการปวดไมเกรน คนส่วนใหญ่มักเข้าใจเป็นอาการปวดหัวข้างเดียว ซี่งที่จริงแล้วอาจเป็นได้ทั้งการปวดหัวข้างเดียวและสองข้างพร้อมกัน หรืออาจปวดหัวสลับกันระหว่างซ้ายและขวาไปมาได้

ไมเกรนสามารถเกิดขึ้นได้กับคนในทุกช่วงอายุ ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ อาจพบมากในคนวัยทำงาน เนื่องจากวัยทำงานมักมีสิ่งเร้าที่ทำให้ผู้ป่วยไมเกรนถูกกระตุ้น เช่น แสงจากคอมพิวเตอร์ ความเครียด การรับประทานอาหารไม่ตรงตามเวลา การอดนอน หรือการดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

ปวดหัวไมเกรน มี 2 ประเภท

1.กลุ่ม Classic Migraine หรือ ไมเกรนที่มีอาการเตือน (Migraine with aura) เป็นกลุ่มที่มีการมองเห็นผิดปกติ เช่น ตามองไม่เห็นชั่วคราว หรือเห็นแสงระยิบระยับ ภาพบิดเบี้ยว ภาพเบลอ ก่อนปวดหัว

2.กลุ่ม Common Migraine หรือ ไมเกรนที่ไม่มีอาการเตือนมาก่อน (Migraine without aura) เป็นกลุ่มที่มีเฉพาะอาการปวดหัวเท่านั้น

ปวดหัวไมเกรนและการรักษา

การรักษาในระยะที่มีอาการปวดเฉียบพลัน แพทย์จะใช้ยาแก้ปวดซึ่งมีหลายชนิด ตั้งแต่ขนาดเบาไปจนถึงขนาดที่ระงับอาการไมเกรนได้ รวมถึงการใช้ยาฉีด โดยแพทย์จะเลือกใช้ยาตามอาการ การกินยาเพื่อให้ได้ผลนั้นควรกินเมื่อเริ่มมีอาการเพื่อระงับไม่ให้อาการรุนแรง แต่ถ้าหากปล่อยให้มีการดำเนินโรคไปถึงระดับหนึ่งแล้วการกินยามักได้ผลน้อย

ยาที่สามารถบรรเทาอาการปวดไมเกรน ได้แก่

1.พาราเซตามอล

2.กลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDS)

3.ยาต้านไมเกรน

ผู้ป่วยไม่ควรใช้ยาแก้ปวดบ่อยเกินไป เพราะจะทำให้มีอาการปวดหัวเรื้อรังจากการใช้ยา ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อย และมีสาเหตุมาจากการใช้ยาแก้ปวดต่อเนื่องติดต่อกันเป็นระยะเวลานานเกิน 1 สัปดาห์ การรักษาผู้ป่วยที่มีแนวโน้มปวดหัวเรื้อรังจากไมเกรนอาจจำเป็นต้องใช้ยาป้องกันการกำเริบของไมเกรน เช่น ยากันชัก หรือกลุ่มยาต้านเศร้า เป็นต้น

การป้องกันอาการปวดไมเกรน

ที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นอาการ เช่น หลีกเลี่ยงการใช้งานคอมพิวเตอร์มากเกินไป หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ

แต่ด้วยวิถีชีวิตในปัจจุบัน อาจทำให้หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นอาการปวดไมเกรนได้ อาจสามารถรับประทานอาหารเสริม Hi Powershot สูตร Brain ซึ่งเป็นสูตรที่ถูกคิดค้นมาเพื่อบำรุงสมอง ลดความเครียดและวิตกกังวล ปรับสมดุลฮอร์โมน เพิ่มภูมิต้านทาน และช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรนได้ ด้วยมีสารสกัดสำคัญที่เน้นไปในเรื่องของการบำรุงสมองเป็นพิเศษ อาทิ สารสกัดจากโสม สารสกัดจากถั่งเช่า และสารสกัดจากใบแปะก๊วย เป็นต้น

 

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.rama.mahidol.ac.th

 

Written by

66   Posts

View All Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *